WOD History คือ 🏆
เคยสงสัยไหมว่า WOD สุดโหด ของ CrossFit เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
บทความนี้จะพาคุณย้อนเวลาไปสัมผัสเรื่องราวอันน่าทึ่ง เบื้องหลังโปรแกรมการออกกำลังกายสุดท้าทายเหล่านี้ เผยความลับ รูปแบบ เทคนิค กลยุทธ์ และเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณพิชิต WOD เหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมไขข้อข้องใจว่า ทำไมโปรแกรมเหล่านี้ถึงพิเศษ และส่งผลดีต่อร่างกายของคุณอย่างไร
เตรียมพร้อมออกเดินทางไปสู่โลกของ CrossFit ค้นพบตำนานเบื้องหลัง WOD สุดไอคอนิก และยกระดับความฟิตของคุณไปสู่อีกขั้น!
“Kelly” – CrossFit’s iconic benchmark WODs👌
“Kelly” WOD หนึ่งในโปรแกรมการออกกำลังกายสุดโหดของ CrossFit ตั้งชื่อตาม Kelly Moore อดีตพนักงานสำนักงานใหญ่ CrossFit หญิงแกร่งผู้เปี่ยมไปด้วยพลังและทุ่มเท เธอโด่งดังจากผลงานอันน่าประทับใจจาก “Diane” WOD ในปี 2003 โปรแกรมที่ประกอบด้วยDeadlift และ Handstand Push-up “Moore” สร้างความทึ่งให้กับ Greg Glassman ผู้ก่อตั้ง CrossFit โดยเธอสามารถพิชิจ “Diane” WOD ในเวลาที่กำหนดแถมยังสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็ว
The Workout – “Kelly”😎
RX Version😈
5 rounds for time of:
400 meter Run
30 Box Jump (24/20 in)
30 Wall Ball Shots (20/14 lb)
Scale Version 😊(unofficial)
4 rounds for time of:
200 meter Run
20 Box Step-Ups (20/16 in)
20 Wall Ball Shots (14/12 lb, 9 ft)
Score : หยุดเวลาเมื่อทำ Wall Shots ครั้งสุดท้าย
Good Times for “Kelly” (source)
– Beginner: 34-40 minutes
– Intermediate: 25-31 minutes
– Advanced: 19-22 minutes
– Elite: <18 minutes
Percentiles
Tips and Strategy 😈
เริ่มต้นอย่างชาญฉลาด :“Kelly” WOD เปรียบเสมือนมาราธอนขนาดสั้น การเริ่มต้นด้วยความเร็วสูงเกินไป เปรียบเสมือนการเผาผลาญพลังงานเร็วเกินควร กลยุทธ์ที่ควรทำคือการเริ่มต้นด้วยความเร็วปานกลาง รักษาจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอ
หายใจอย่างมีประสิทธิภาพ :หัวใจสำคัญของ “Kelly” WOD คือการรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้คงที่ เทคนิคการหายใจมีบทบาทสำคัญ หายใจเข้าลึกๆ ตอนรับลูกบอล และหายใจออกแรงๆ ตอนขว้างลูกบอล การควบคุมจังหวะการหายใจให้สัมพันธ์กับท่าทาง จะช่วยให้ร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอ และสามารถรักษาระดับอัตราการเต้นของหัวใจให้คงที่ได้ดียิ่งขึ้น
แบ่ง WOD ออกเป็นเซ็ตย่อยๆ :WOD นี้ประกอบด้วยท่าออกกำลังกายเพียง 3 ท่า แต่จำนวนครั้งที่เยอะ การแบ่ง WOD ออกเป็นเซ็ตย่อยๆ จะช่วยให้จัดการกับความเหนื่อย และ ความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้ง่ายขึ้น กำหนดเป้าหมายที่จะทำเป็นเซ็ตๆให้เหมาะสม ไม่น้อยหรือมากเกินไป
The Small Split Set Technique 🥳
Round 1 (Your Baseline): Try a standard approach to get a sense of your pace:
- 400m Run
- 30 Box Jumps
- 30 Wall Balls
Round 2-5 (Split Set Strategy)
- Run: No Split.
- Box Jumps: Split into 3 sets of 10 reps. rest 5-10 second between sets.
- Wall Balls: Split into 2 sets of 15 resp. rest 5-10 second between sets.
Example of Round 2:
- Run 400m
- Box Jumps (10 reps)
- Box Jumps (10 reps)
- Box Jumps (10 reps)
- Wall Balls (15 reps)
- Wall Balls (15 reps)
Important Considerations
- Transition Speed: พักให้น้อยที่สุดระหว่างเซ็ตย่อย เปลี่ยนจากท่าออกกำลังกายหนึ่งไปยังอีกท่าอย่างรวดเร็ว
- การดื่มน้ำ: จิบน้ำเล็กน้อยระหว่างเปลี่ยนท่าเพื่อรักษาระดับน้ำในร่างกายและลดอุณหภมูิ
- การควบคุมความเร็ว: ในรอบแรกๆ ชะลอความเร็วในการวิ่งลงเล็กน้อย เพื่อเราสามารถประเมินความเหนื่อยล้าที่จะเกิดขึ้น
- เคล็ดลับเพิ่มเติม:
- หายใจอย่างสม่ำเสมอ: รักษาจังหวะการหายใจที่คงที่ตลอดการออกกำลังกาย
- จดจ่อกับปัจจุบัน: แบ่งการออกกำลังกายออกเป็นรอบๆ อย่าคิดล่วงหน้ามากเกินไป
- ปรับแต่งตามความเหมาะสม: หาก Split Set นี้ยากเกินไป ค้นหาจุดสมดุลระหว่าง Split Set และเวลาเปลี่ยนท่า อย่าใช้เวลาระหว่างท่าออกกำลังกายนานจนเสียโมเมนตัม
- ข้อจำกัด: ระดับความฟิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ใช้ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื่องต้น เราควรปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลและฟังเสียงของร่างกายของตัวคุณเอง

พิชิต “Kelly” WOD: บททดสอบร่างกายและจิตใจ😫
“Kelly” โปรแกรมการออกกำลังกายสุดโหดของ CrossFit เปรียบเสมือนบททดสอบร่างกายและจิตใจ ออกแบบมาเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
1. Full-Body Conditioning
- ความทนทานของระบบหัวใจ: การวิ่ง 400 เมตร ช่วยกระตุ้นระบบแอโรบิค ส่งผลดีต่อหัวใจและปอด
- ความทนทานของกล้ามเนื้อ: Box Jumpและ Wall Ball เน้นความทนทานของกล้ามเนื้อ ไหล่ แกนกลางลำตัว และขา
- เผาผลาญพลังงาน: การผสมผสานระหว่างการวิ่งกับท่าออกกำลังกายแบบ weight training ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี่และความทนทานโดยรวม
2. Benchmarking Progress
- มีมาตรฐาน: “Kelly” เป็น Benchmark ของ CrossFit การกำหนดพารามิเตอร์มาตรฐาน (จำนวนครั้ง น้ำหนัก ระยะทาง) ช่วยให้คุณติดตามผลการฝึกซ้อมเปรียบเทียบกับตัวเองและผู้อื่นได้ เมื่อคุณกลับมาทำซ้ำ
- สร้างแรงจูงใจ: การเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการออกกำลังกายแบบ Benchmark ช่วยสร้างแรงจูงใจและความรู้สึกที่ดีเมื่อเราสามารถพิชิจมันได้สำเร็จ
3. Mental Toughness
- ยาวนานและท้าทาย: “Kelly” มักใช้เวลาในการทำเสร็จมากกว่า 20 นาที ท้าทายความอดทนทางจิตใจควบคู่ไปกับความทนทานทางร่างกาย
- เรียนรู้การจัดการพลังงาน: การออกกำลังกายนี้บังคับให้คุณวางกลยุทธ์และเรียนรู้วิธีจัดการพลังงานตลอดระยะเวลาการออกกำลังกายที่ยาวนานมากกว่า 20 นาที
4. Versatility
- Scaling: “Kelly” สามารถปรับเปลี่ยนได้สำหรับนักกีฬาทุกระดับ โดยปรับน้ำหนัก ความสูงของกล่อง หรือจำนวนครั้ง
- Skill Progression: เมื่อร่างกายของคุณฟิตขึ้น คุณสามารถลอง “Kelly” แบบปกติ (Rx) หรือลองรูปแบบที่ท้าทายยิ่งขึ้นด้วยน้ำหนักที่หนักขึ้น
Important Notes
- Technique First: เน้นการฝึกท่าทางที่ถูกต้องก่อนที่จะมุ้งเน้นการทำเวลาให้เร็ว โดยเฉพาะหากคุณเพิ่งเริ่มเล่น CrossFit เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
- วอร์มอัพให้เพียงพอ: วอร์มอัพอย่างละเอียดที่รวมถึง dynamic stretches and mobility
Warm up recommend ❤️
Warm-up Structure:
- General Cardio (3-5 minutes):
- Light Jogging
- Rowing (easy pace)
- Jumping Jacks
- Dynamic Mobility (5-7 minutes):
- Arm Circles (forward and backward)
- Walking Lunges with Twist
- Hip Circles
- Spiderman Lunges
- Inchworms
- Movement Specific Prep (5 minutes)
- Air Squats (Focus on depth and control)
- Wall Ball Throws (Light medicine ball, focus on the catch and squat)
- Box Jump Step-downs (Practice controlled descent)
- Short Sprints (2-3 reps at 50-70% of max speed)
*ใครที่เล่นจบแล้วอย่าลืมมาอัพเดทคะแนน และ เล่าประสบการ์ณเกี่ยวกับ “Kelly” – CrossFit’s iconic benchmark WODs กันด้วยนะครับ❤️
ขอบคุณที่อ่านจบ 🙌
ต้า ธีระพจน์


Leave a comment