กลับมาแล้วครับทุกคน How to learn Sport Sciecne EP.2
วันนี้มาในเรื่อง Ego
เมื่อเดือนที่แล้วแอดไปซื้อหนังสือมา ชื่อเรื่องว่า Ego is the Enemy ของ Ryan Holiday เป็นนักเขียนที่แอดน่าจะชอบที่สุดตอนนี้แล้ว
แล้วพอแอดสรุป Strength Training for Youth : เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่ก็ควรเล่น จบไปก็เลื่อนหา Course อื่นเรียนก็เจอเรื่องนี้ เลยคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับหนังสือที่แอดอ่าน 555+ บังเอิญสุดๆ
เหมือนเดิม Course เรียนนี้เป็นของ Science for Sport เจ้าเดิมเหมือนกับ Ep. 1
ชื่อเรื่องว่า…
Taming the Ego : การควบคุมอีโก้
A Guide for leaders in sport
by Warren Engelbrecht

Tabel of Content
- 5 องค์ประกอบของ การควบคุมอีโก้
- Introducing the Ego
- ความสำคัญของการควบคุม Ego
- Ideas to tame the (แนวคิดในการควบคุมอีโก้)
- สรุป
5 องค์ประกอบของ การควบคุมอีโก้
- Introducing the Ego – ทำความรู้จักกับอีโก้
- ความสำคัญ – ควบคุม Ego vs Egoที่ไม่ถูกควบคุม, ความสำคัญของการมีอีโก้ที่ดี
- การควบคุม Ego – แนวคิดในการลงมือปฏิบัติ
- แนวทางการควบคุม Ego
- การสะท้อนตัวตน แนวทางดูแลตัวเองจาก Ego
Introducing the Ego
In leadership, Ego becomes the fuel for unwavering slf-belief, pushing leaders to strive for excellence and inspiring others to reach their full potential.
– Anonymous-
ในการเป็นผู้นำ อีโก้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงความเชื่อมั่นในตนเองอย่างไม่ย่อท้อ ผลักดันให้ผู้นำมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นพัฒนาศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่
Ego is the Enemy! (ตัวคุณคือศัตรู)

จากหนังสือของ Ryan Holiday(แปลไทยโดยสำนักพิมพ์ We Learn)
In all that we do, we are either aspiring to do( or become) something, achieving suscess, or going through some challenge, trial, of failure. In all three aspects, Ego is the Enemy!
-Ryan Holiday-
ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใด เรามักจะอยู่ในช่วงของการพยายามทำหรือเป็นอะไรบางอย่าง ประสบความสำเร็จ หรือเผชิญกับความท้าทาย การทดลอง หรือความล้มเหลว และในทั้งสามด้านนี้ อีโก้คือตัวศัตรู!

Working Definition ( การทำงานของ Ego)
คำนิยามในการทำงานของอีโก้:
- ความรู้สึกของตัวตน (Sense of self):
- อีโก้เป็นโครงสร้างทางจิตวิทยาที่รับผิดชอบต่อความรู้สึกของตัวตนของบุคคล มันเป็นพื้นฐานของอัตลักษณ์และการตระหนักรู้ในตนเอง
- ผู้ไกล่เกลี่ย (Mediator):
- ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างความปรารถนาดั้งเดิมของอิด (id) และมาตรฐานทางศีลธรรมของซูเปอร์อีโก้ (superego) โดยอีโก้จะพยายามตอบสนองสัญชาตญาณในแบบที่ยอมรับได้ทางสังคมและสอดคล้องกับความเป็นจริง
- การทดสอบความเป็นจริง (Reality Testing):
- อีโก้มีหน้าที่นำทางและตีความโลกภายนอก โดยทำการทดสอบความเป็นจริงเพื่อช่วยให้บุคคลสามารถแยกแยะระหว่างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและความเป็นจริงที่เป็นวัตถุ
- การป้องกัน (Defence):
- อีโก้ใช้กลไกป้องกันเพื่อตอบสนองต่อความขัดแย้งภายในและความเครียดภายนอก เช่น การกดทับหรือการปฏิเสธ เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวตนจากสิ่งกระตุ้นที่สร้างความกังวลหรือความเครียด
- ความยืดหยุ่น (Adaptability):
- อีโก้ช่วยให้บุคคลตอบสนองอย่างยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ช่วยให้บุคคลตั้งเป้าหมายและตัดสินใจที่สอดคล้องกับแนวคิดของตัวเอง
The Ego is like your personal guide that exists in your mind and thoughts.
It helps you know who you are, ,ake choices, and seek to understand the world around you.
Ego เปรียบเสมือนไกด์ส่วนตัวที่อยู่ในจิตใจและความคิดของคุณ มันช่วยให้คุณรู้จักตัวเอง ตัดสินใจ และพยายามทำความเข้าใจโลกที่อยู่รอบตัวคุณ

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ Ego
- ประสบการณ์ในวัยเด็ก
- อิทธิพลทางสังคมและวัฒนธรรม
- ปัจจัยทางพันธุกรรมและชีวภาพ
- ระยะทางจิตวิทยา
- รูปแบบความผูกพัน
- การพัฒนาทางปัญญาและอารมณ์
- ประสบการณ์ชีวิตและความบอบช้ำ
- ความสัมพันธ์กับเพื่อน

การพัฒนาทางจิตใจในแต่ละช่วงวัย
- Trust vs Mistrust
ความเชื่อใจ VS ความไม่เชื่อใจ (ทารก)
ทารกจะเรียนรู้ที่จะเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจผู้ดูแล ขึ้นอยู่กับว่าผู้ดูแลตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ - Autonomy vs Shame and doubt
ความเป็นอิสระ VS ความละอายและความสงสัยในตนเอง (วัยเด็กตอนต้น)
เด็กเล็กจะเริ่มรู้สึกถึงความเป็นอิสระจากการได้สำรวจและทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่ถ้าถูกจำกัดหรือควบคุมมากเกินไป เด็กอาจรู้สึกละอายใจหรือสงสัยในความสามารถของตัวเอง - Initiative vs Guilt
ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (วัยก่อนเข้าเรียน)
เด็ก ๆ จะสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เริ่มต้นทำกิจกรรมต่าง ๆ และพัฒนาความรู้สึกถึงจุดมุ่งหมาย แต่หากถูกขัดขวางหรือไม่สนับสนุน เด็กอาจรู้สึกผิดในการริเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ - Industry vs. Inferiority
ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อยค่า (วัยประถม)เด็กในวัยประถมจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความสามารถและทักษะต่าง ๆ หากพวกเขาประสบความสำเร็จจะรู้สึกขยันและมั่นใจ แต่หากล้มเหลวหรือไม่ได้รับการยอมรับ อาจทำให้เกิดความรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง - Identity vs. Role Confusion
อัตลักษณ์ vs ความสับสนในบทบาท (วัยรุ่น)
ในช่วงวัยรุ่น เด็กจะเริ่มค้นหาตัวตนของตนเองและพัฒนาความรู้สึกถึงอัตลักษณ์ที่ชัดเจน หากพวกเขาไม่สามารถค้นพบหรือเข้าใจตัวเองได้ อาจนำไปสู่ความสับสนในบทบาทและทิศทางชีวิต - Intimacy vs. Isolation
ความใกล้ชิด vs ความโดดเดี่ยว
(วัยผู้ใหญ่ตอนต้น)วัยผู้ใหญ่ตอนต้นจะพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด หากประสบความสำเร็จจะรู้สึกถึงความผูกพันและใกล้ชิด แต่ถ้าล้มเหลวในการสร้างความสัมพันธ์ อาจรู้สึกโดดเดี่ยวและแยกตัว - Generativity vs. Stagnation
ความสร้างสรรค์ vs ความหยุดนิ่ง (วัยผู้ใหญ่กลางคน)
ผู้ใหญ่ในวัยกลางคนจะพยายามมีส่วนร่วมกับสังคมและดูแลคนรุ่นถัดไป ซึ่งจะส่งเสริมความรู้สึกถึงความสร้างสรรค์และการมีคุณค่า แต่หากพวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ อาจรู้สึกว่าตนเองหยุดนิ่งหรือไม่มีความก้าวหน้าในชีวิต - Integrity vs. Despair
ความสมบูรณ์ของชีวิต vs ความสิ้นหวัง (วัยผู้ใหญ่ตอนปลาย)
ผู้สูงอายุจะมองย้อนกลับไปในชีวิตของตน หากรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะเกิดความรู้สึกสมบูรณ์ของชีวิต แต่หากรู้สึกว่ามีเป้าหมายที่ไม่สำเร็จหรือเสียโอกาสไป อาจเกิดความรู้สึกสิ้นหวังและเสียใจ

Heathly EGO(อีโก้ที่สมดุล)
Deflated Ego – อีโก้ที่น้อยเกินไปมักมีลักษณะของการมีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ สงสัยในตนเอง และต้องการการยืนยันจากผู้อื่นอยู่เสมอ
Inflated Ego – อีโก้ที่มากเกินไปมีลักษณะของการมองตนเองสูงเกินจริง หยิ่งยโส และไม่เปิดรับมุมมองหรือความคิดเห็นของผู้อื่น
Healthy Ego – อีโก้ที่สมดุลมีความสมเหตุสมผลและมีความภาคภูมิใจในตนเองในทางบวก ยอมรับความสำเร็จโดยไม่หยิ่งยโส และเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่างจากผู้อื่น
ความสำคัญของการควบคุม Ego
8 ข้อ แยกประเภทของคนที่ควบคุม Ego ไม่ได้
| คนที่ไม่สามารถควบคุม Ego ได้ | คนที่ควบคุม Ego ได้ |
|---|---|
| การฟังแบบผ่านๆ | การฟังอย่างตั้งใจ |
| หาข้อแก้ตัวแ | การยอมรับคำติชมอย่างสร้างสรรค์ |
| ความไม่แยแสและขาดความเห็นใจ | ความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ |
| มุ่งเน้นไปที่การแข่งขันกับผู้อื่น | สนับสนุนและช่วยเหลือผู้อื่น |
| หยิ่งยโสและความมั่นใจเกินไป | ความมั่นใจแบบถ่อมตน |
| ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง | การปรับตัว |
| หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ | ยอมรับ และ รับผิดชอบ |

ผลกระทบด้านลบของคนที่ไม่สามารถควบคุม Ego
- ผลกระทบต่อตัวเอง
การปฏิเสธที่จะยอมรับข้อบกพร่องอาจทำให้ภาวะการเป็นผู้นำลดลง ความต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองอาจนำไปสู่ความเครียดและการเหนื่อยล้าจนเกินไป - ผลกระทบต่อทีม
กำลังใจที่ต่ำ การสื่อสารที่ไม่ดี และ สภาพแวดล้อมที่แข่งขันกันมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในทีม - ผลกระทบต่อองค์กร
การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยอีโก้อาจให้ความสำคัญกับวาระส่วนตัวมากกว่าวาระขององค์กร
การสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถ ความเสียหายต่อชื่อเสียง
Ideas to tame the (แนวคิดในการควบคุมอีโก้)
Ego is no longer ego when you know there is ego
-Eckhart Tolle-
Ego จะไม่เป็น Ego อีกต่อไป เมื่อคุณตระหนักได้ว่ามี Ego
1. การสะท้อนตนเองและการตระหนักรู้ในตนเอง
- จัดสรรเวลา 10 นาทีในตอนเช้าหรือตอนเย็นสำหรับการสะท้อนตนเอง
- สร้าง “สมุดบันทึกการสะท้อนตนเอง” เพื่อจดบันทึกช่วงเวลาสำคัญและปฏิกิริยาของคุณ
- ใช้คำถามนำ เช่น “วันนี้ฉันได้เรียนรู้อะไรบ้าง?” เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกการสะท้อนตนเอง
2. การรับฟังคำติชมอย่างสร้างสรรค์และการรับผิดชอบ
- จัดตารางนัดพบกับเพื่อนร่วมงานเป็นรายเดือน เพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
- เมื่อได้รับคำติชม ให้หยุดสักครู่ก่อนตอบโต้ เพื่อพิจารณาว่าคำติชมนี้มีคุณค่าอย่างไร
- ตั้งเป้าหมายส่วนตัวและแบ่งปันกับเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบในการทำตามเป้าหมายนั้น
3. การฝึกฝนความถ่อมตนและความกตัญญู
- เริ่มต้นการประชุมทีมด้วยการกล่าวยกย่องความสำเร็จล่าสุดของเพื่อนร่วมงาน
- สร้าง “โถความกตัญญู” โดยจดบันทึกและแบ่งปันช่วงเวลาที่รู้สึกขอบคุณ
- มองหาโอกาสในการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทีม แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
4. การสร้างความเห็นอกเห็นใจ
- ฝึกการฟังแบบสะท้อนความหมาย โดยสรุปสิ่งที่ผู้อื่นได้พูดออกมาในระหว่างการสนทนา
- เข้าร่วมกิจกรรม “เดินและพูดคุย” กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อส่งเสริมการสื่อสารอย่างเปิดเผย
- จัดกิจกรรมสร้างทีมแบบไม่เป็นทางการ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวและส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจกัน
5. การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและความสามารถในการปรับตัว
- จัดสรรเวลาแต่ละสัปดาห์เป็น “ชั่วโมงการเรียนรู้” เพื่อศึกษาเรื่องใหม่ๆ หรือพัฒนาทักษะใหม่ๆ
- เปิดรับโอกาสในการทำงานนอกเหนือจากขอบเขตงานปกติเพื่อขยายประสบการณ์ของคุณ
- แบ่งปันความผิดพลาดที่เพิ่งเกิดขึ้นกับทีม และพูดคุยเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้รับ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการเปิดเผยและการเติบโต

สรุป
“Ego มีนิดหน่อยถือว่าดี
แต่ถ้ามีมากไปจะเป็นผลร้ายต่อตัวเองได้”
- ต้นเหตุของความล้มเหลว มาจาก Ego ที่มากเกินไป ประเมินความสามารถสูงเกินไป ไม่ตัดสินใจให้ดีก่อน และ ไม่เปิดใจยอมรับการเรียนรู้จากความผิดพลาด
- ลด Ego ได้ง่ายๆคือ การถ่อมต้น คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอๆ ว่าเรารู้เรื่องใดๆในโลกนี้น้อยมาก และเรื่องที่ไม่รู้อาจจะสำคัญกว่าที่เราคิดไว้ก็ได้ การเป็นคนถ่อมตัวจะทำให้เราเป็นคนน่ารัก และยังให้พยายามหา Feedback เรียนรู้เรื่องใหม่ๆอยู่เสมอ และยอมรับความผิดของตัวเอง และเรียนรู้จากสิ่งนั้น
- เมื่อ Ego ทำงานเยอะๆ เราจะรู้สึกลุ่มหลงกับความสำเร็จ เราควร Focus ที่ Process จะทำให้ Ego ทำงานน้อยลง
- เรียนรู้จากความล้มเหลว
- เป็นคนช่างสงสัย เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อเราเป็นคนช่างสงสัยจะมีแนวโน้มที่จะไม่โดน Ego ครอบงำ เพราะเราจะเป็นคนที่รู้น้อยมากๆ
- ฝึกควบคุมตัวเอง อย่าปล่อยให้ตัวเองปล่อยไปตามความรู้สึก เพราะบ่อยๆหลังมันจะมาจากการตัดสินใจที่ Bias มักจะมาจาก Ego
- พยายามอยู่กับคนที่จริงใจ ถ้าทำอะไรที่ผิดพลาด คนๆนั้นจะเป็นคนบอกเรา ไม่ให้หลงไปในทางที่ผิดพลาด
- อย่าลุ่มหลงในความสำเร็จ
จบแล้วครับทุกคน ขอบคุณมากนะครับ ถึงบทความนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องการ Sport Science โดยตรง แต่การที่เราจะเป็น นักกีฬา โค้ช หรือ เทรนเนอร์ ที่ดีได้ สำหรับแอดการมีมุมมองความคิดที่ดี จะช่วยเราเป็นคนที่เก่งขึ้น ดีขึ้นได้ และจะเป็นคนที่อยากจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
หากน้องๆคนไหนเข้ามาอ่าน แล้วเป็นนักกีฬา แอดคิดว่าการเป็นที่เราเป็นนักกีฬาที่เก่งเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเรามั่วแต่คิดว่าเราเก่ง จนมองข้ามการเรียนรู้ต่างๆจาก ครู โค้ช หรือ แม้แต่เพื่อนของเรา เราอาจจะพลาดอะไรบ้างอย่างไปก็ได้ อย่าลืมเปิดใจรับฟัง และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆนะครับ
เพราะแอดคิดว่า การที่เราวางตัวที่ดี พร้อมจะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จะช่วยให้เราได้รับโอกาสต่างๆมากมายเข้ามาในชีวิต
สำหรับใครที่อ่านจบแล้วยังไม่หน่ำใจสามารถไปลงเรียนต่อได้กับทาง
Sceince for Sport
https://academy.scienceforsport.com/catalog

ตอนนี้มีทดลองเรียนฟรี 7 วัน
แต่ต้องผูกบัตรนะ กดยกเลิกให้ทันก่อนครบกำหนด ใครสนลุยคร้าบบบบ+++ 🔥👌
ตอนนี้แอดกด Subscription ไปแล้ว
เรียนจบได้ใบ Certificate ด้วยแต่ต้องสอบให้เต็ม 15/15 ข้อนะ สอบกี่รอบก็ได้

ขอบคุณทุกคนมากครับที่อ่านจบ ถ้าตรงไหนแอดพิมพ์ผิด หรือ ข้อมูลผิดทักมาหลังไมค์ได้เลยนะครับ เรื่องนี้แอดแค่รู้สึกชอบช่วงนี้ เลยสรุปมาให้ฟัง ถ้าใครเป็นนักจิตวิยา ก็แนะนำแอดได้เต็มที่เลยครับ
ไว้เจอกันบทความหน้าคร้าบ กราบพระคุณครับ🫰✌️🙏✍️


Leave a comment