จริงๆ Course เรียนนี้ ตัวแอดเองไม่ได้ตั้งใจจะกดเรียนตั้งแต่แรกหรอก แต่ตัวแอดไปลงเรียน CrossFit Level 2 Certificate Course ซึ่งจะได้เรียน ตอนปีใหม่ 2026
ตัว CrossFit Level 2 แนะนำให้ลงเรียน 3 Course Online ไปก่อน โดยประกอบได้ด้วย
- Lesson Planning ซึ่งอันนี้แอดเรียนไปแล้ว มีบทความบนเว็บด้วย อ่านตามได้เลย ละเอียดเหมือนเรียนเอง ถถถถถ
- Spot the Flaw
- Scaling
ซึ่งตัว Spot the Flaw ก็เป็นหนึ่งใน Course CrossFit ที่แนะนำให้เรียน

ส่วนในเนื้อหาจะแบ่งเนื้อหาเป็น 5 module
- Weightlifting I
- Weightlifting II
- Weightlifting III
- Gymnastic I
- Gymnastic II
- Monostructural
Course เรียนไม่ได้มี detail รายละเอียดอะไรมากมายที่ซับซ้อน จะเป็นการนำท่าพื้นฐานทั่วไป ใน CrossFit มาอธิบายว่า Movement นี้มีจุดผิดพลาดอะไรตรงนี้ เราควรดู ควรสังเกต
ซึ่งเอาจริงๆ แอดก็ได้จุดที่ควรสังเกต เพิ่มมาเยอะอยู่ เพราะตอนเรียน จุดๆนี้ แอ่ะ เราจำเป็นจะต้องดูด้วยหรอ ใครที่เป็นสายเทคนิค หรือ มีการสอน Coaching ก็ลงเรียนได้ แต่ราคา 60$ ก็ดูเป็นราคาที่แพง ถ้าไม่ได้อินกับการสอน หรือ ถ้าคาดหวังเนื้อหามากๆ ก็จะไม่คุ้ม
แต่แอดกดตอน Black Firday + ต้องเรียนก่อนไป CrossFit Lv.2 ก็จำเป็นที่จะต้องเรียน
ถ้าให้ยกตัวอย่าง
5 จุดข้อผิดพลาด สำหรับ Toes to Bar
- Bent Arms In the Hang
- Leg-Initiated Swing
- Overextended
- Feet Do Not Contact Bar
- Reaching Chin, Rolling Hips
Bent Arms In the Hang แขนงอห้อยตัว(Hang) หรือจังหวะเริ่มสวิง ทั้งที่ควรเหยียดแขนตรงตลอดเพื่อสร้างโมเมนตัม
Leg-Initiated Swing เริ่มต้นการเหวี่ยง (Kipping) ด้วยการเตะขา แทนที่จะเริ่มด้วยการขยับหัวไหล่และลำตัวส่วนบน (Arch/Hollow Position)
Overextended การแอ่นหลัง (Arch) หรือการเหยียดลำตัวในจังหวะสวิงนั้นมากเกินความจำเป็น ทำให้สูญเสียความตึงตัวของแกนกลางลำตัว (Core)
Feet Do Not Contact Bar ยกขาไม่ถึงระดับที่เท้าจะแตะบาร์ตามมาตรฐานของท่า หรือขาดแรงเหวี่ยงในช่วงสุดท้าย
Reaching Chin, Rolling Hips เงยคาง: มักเกิดขึ้นตอนปลายท่า (พยายามมองเท้า) สะโพกม้วน: เป็นการม้วนสะโพกและหลังส่วนล่างเมื่อเท้าเริ่มเข้าใกล้บาร์ ทำให้ท่าไม่สมบูรณ์และลดประสิทธิภาพการใช้แกนกลางลำตัว
ซึ่งการยกตัว Toe to Bar เป็นเพียงแค่ท่าตัวอย่างและเนื้อหาเพียงเล็กน้อยมากๆ หากเราตั้งใจสรุปเนื้อหาจากตรงนี้จริงๆ
จะเห็นว่าการทำ Movement ให้เกิดประสิทธิภาพ จำเป็นที่จะต้องทำเข้าใจ Pattern ที่ดี ช่วงนี้แอดก็ฝึก Ring Muscle-Up อยู่ยังทำไม่ค่อยจะได้เลย ต้องตั้งใจฝึก
ซึ่งหากเราไม่เข้าใจตัว Concept ของ Movement Pattern ของท่า มันจะทำให้เกิดการสูญเสียพลังงาน อารมณ์ขับรถแล้ว รถยางแบน มันจะเปลืองน้ำมัน เรียกคำแบบเท่ๆว่า !!!
Energy Leak (รอยรั่วของพลังงาน)
Better Technique = Less Energy Wasted = Higher Work Capacity
เมื่อเกิด Energy Leak นั่นหมายถึงคุณกำลังเพิ่ม Moment Arm (แขนของแรง) โดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นหลักการทางฟิสิกส์ที่ทำให้งานหนักขึ้นแบบทวีคูณ (หลักการทางฟิสิกส์: Moment Arm และ Torque)
ซึ่ง Concept อะไรประมาณนี้เราจะเจอได้ เมื่อเราอ่านหนังสือเกี่ยวกับพวก Running Economy ซึ่งแอดเองก็ไม่เคยอ่านเหมือนกัน ได้แต่ผ่านๆตา 555+

สำหรับแอดที่ตกผลึกได้คือ การแก้ไข Energy Leak ใน CrossFit Spot the Flaw คือการสอนให้โค้ชสังเกตและปรับปรุงท่าทาง เพื่อให้เกิด Moment Arm ที่ สั้นที่สุด สำหรับข้อต่อที่เหมาะสม ซึ่งสรุปก็คือ ถ้าคุณอยากใช้แรงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ต้องพยายามเรียนรู้ Skill & Techqiue ให้ดีขึ้นด้วย ซึ่งก็จะมาจากการเข้าใจ Movement Pattern ที่ดี
มีบทหนึ่งในหนังสือ Atomic Habits ของ James Clear บอกไว้ว่า “Law of Least Effort” (กฎแห่งความพยายามน้อยที่สุด) มนุษย์ถูกสร้างมาให้ประหยัดพลังงาน ดังนั้นการจะสร้างนิสัยใหม่ เราต้อง “ลดแรงเสียดทาน” (Reduce Friction) ในสภาพแวดล้อม การสร้าง System ที่ดี เหมือนกับที่คุณพยายามสร้าง Technique ที่ดี เพื่อให้ทำเรื่องยากๆ ได้โดยอัตโนมัติและใช้แรงน้อยลง

วันนี้มาสั้นๆ ไม่ยาวมาก อยากเขียนบทความยาวๆเหมือนกัน แต่ต้องหาเนื้อหาดีๆก่อน 555+
ขอบคุณที่อ่านกันจนจบครับ


Leave a comment